ศาลเจ้ากวนอู (บ้านนาบอน) ตั้งอยู่เลขที่ 64/2 หมู่ที่ 1 ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต ตามหลักฐานอ้างอิงศาลเจ้าแห่งนี้มีอายุจากอดีตสู่ปัจจุบันประมาณ 100 กว่าปี โดยได้รับการเล่าขานจากผู้อาวุโสว่า เดิมสถานที่แห่งนี้เป็นลำคลองอยู่ใกล้ทะเล ได้มีชาวจีนนั่งเรือสำเภามาจากประเทศจีน และมาขึ้นฝั่ง ณ ที่แห่งนี้ พร้อมได้นำรูปเหมือนองค์เทพเจ้ากวนอู เป็นเทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์นำติดตัวมาด้วย และได้สร้างที่พักอาศัยหลังเล็กๆ อยู่พร้อมตั้งที่บูชาเทพเจ้ากวนอู เพื่อตนเองจะได้สักการะบูชา ต่อมาชาวจีนดังกล่าวหายไป คงเหลือเพียงแต่องค์เทพเจ้ากวนอู ชาวบ้านในบริเวณใกล้เคียงจึงได้พากันมาสักการะบูชา บนบานศาลกล่าว เพื่อขอความช่วยเหลือจนประสบผลสำเร็จเกือบทุกราย จึงยิ่งทำให้เกิดความเลื่อมใสศรัทธามากขึ้น เกิดเป็นการรวบรวมเงินเพื่อจัดสร้างศาลเจ้าเป็นลักษณะก่ออิฐถือปูน สูงประมาณ 1 เมตร ส่วนบนเป็นไม้ หลังคามุงจาก ตั้งประดิษฐานองค์เทพเจ้ากวนอูภายใน เพื่อรองรับการมาสักการะบูชาของพี่น้องประชาชน หลังจากนั้นไม่นานเกิดเหตุมหัศจรรย์ขึ้นภายในศาลเจ้า คือรอบๆ ที่ตั้งบูชาองค์เทพเจ้ากวนอู มีจอมปลวกเกิดขึ้น 4 ทิศ ขยายใหญ่ขึ้น ควบคู่กับความเจริญของศาลเจ้ามาตามลำดับ และเป็นที่น่าแปลกใจของชาวบ้านอย่างหนึ่ง คือ ตัวปลวกไม่กัดแทะกินส่วนที่เป็นเนื้อไม้ของศาลเจ้าแต่ประการใดจนถึงปัจจุบัน และในวันครบรอบคล้ายวันเกิดเทพเจ้ากวนอู ท่านได้ผ่านร่างประทับทรงเพื่อมารับการสักการะบูชาจากชาวบ้าน พร้อมรับฟังเรื่องราวความทุกข์ร้อน ความเจ็บไข้ได้ป่วยการขอความช่วยเหลือในเรื่องต่างๆ ของชาวบ้าน ได้รับความเมตตาเป็นอย่างสูงมาก องค์เทพเจ้ากวนอู ได้ให้ความช่วยเหลือในทุกโอกาสยังความเสื่อมใสอย่างต่อเนื่องไม่เสื่อมคลาย จากรุ่นปู่ ย่า ตา ยาย สู่รุ่นลูกรุ่นหลานหลายชั่วอายุคนจนถึงปัจจุบัน ความศรัทธาของชาวบ้านก็เพิ่มทวีคูณตามความเจริญของบ้านเมือง และมีคณะกรรมการได้รับเลือกจากชาวบ้านดูแลให้ความช่วยเหลือจัดงานวันแซยิด (วันครบรอบคล้ายวันเกิด) ขององค์เทพเจ้ากวนอูหมุนเวียนสับเปลี่ยนมาจนถึงปัจจุบันอย่างต่อเนื่อง คณะกรรมการฯ ได้จัดงานประเพณีพิธีถือศีลกินผักขึ้นอย่างต่อเนื่อง และประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี แต่มีปัญหา คือ ตัวศาลเจ้าภายในคับแคบ และมีสภาพทรุดโทรม จึงมีความเห็นร่วมกันว่า ควรจัดสร้างศาลเจ้าหลังใหม่ทดแทนหลังเก่า เพื่อรองรับความเจริญเติบโตของผู้ศรัทธา และผู้มาร่วมถือศีลกินผักที่เพิ่มขึ้นทุกปี จึงได้นำเรื่องดังกล่าวปรึกษาร่างทรงเทพเจ้ากวนอู ในช่วงกินผักปี 2552 และได้รับการอนุญาตให้ก่อสร้างอาคารศาลเจ้าหลังใหม่แทนหลังเก่า ต่อมาในวันที่ 20 มกราคม 2553 ได้จัดให้มีพิธียกเสาเอก เพื่อจัดสร้างอาคารศาลเจ้าหลังใหม่โดยมีนายธีระยุทธ เอี่ยมตระกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต (สมัยนั้น) เป็นประธาน ใช้งบประมาณ 30 ล้านบาท โดยได้รับความร่วมมือจากผู้มีจิตศรัทธาจากภาคส่วนต่างๆ จนทำให้การก่อสร้างแล้วเสร็จสมบูรณ์ โดยใช้เวลาในการก่อสร้าง 3 ปีเศษ จึงได้ทำพิธีเปิดอาคารศาลเจ้าใหม่ ในปี 2556